วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2562

ปัญหาและแนวทางการป้องกันความรุนแรงในสังคม


ปัญหาและแนวทางการป้องกันความรุนแรงในสังคม

                          ปัญหาความรุนแรงมีจุดเริ่มต้นมาจากความขัดแย้ง  ความรุนแรงในสังคมเกิดจากการมีผู้ก่อความรุนแรง  ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก   แต่ผู้ได้รับผลกระทบหรือเหยื่อของความรุนแรงเป็นผู้บริสุทธิ์  แต่ต้องถูกทำร้ายมีเป็นจำนวนมาก
                ความขัดแย้งในระดับพื้นฐานเกิดขึ้นภายในครอบครัว  เมื่อพ่อแม่มีความขัดแย้งกัน  ผลกระทบอาจตกอยู่ที่ลูก  หากเป็นวัยรุ่นจะทำให้เกิดความไม่มั่นคงในอารมณ์  ขาดการยอมรับตนเอง  ถ้าสามารถปรับตัวได้ก็จะผ่านพ้นความขัดแย้งไปได้โดยวิธีการประนีประนอม  แต่ถ้าวัยรุ่นมีความขัดแย้งที่รุนแรงและยาวนาน  จะพัฒนาเป็นความรุนแรงในสังคมต่อไป
1.สาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคมและผลกระทบต่อบุคคล  ครอบครัวและสังคม
                1.1สาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคม
                     ความรุนแรงในสังคม  เช่น  การลักทรัพย์  การระบาดของสิ่งเสพย์ติด  ซึ่งได้แพร่เข้าไปตามโรงเรียน  หรือการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง  เป็นต้น
     การเกิดความรุนแรงในสังคม  มีสาเหตุดังนี้
     1.ความขัดแย้งของประชาชนในเรื่องสิทธิมนุษย์ชน  ด้านมนุษยธรรมและความเป็นพลเมือง
     2.การนำเสนอเรื่องที่ใช้ความรุนแรงจากสื่อมวลชน  เช่น  โทรทัศน์  ภาพยนตร์  อินเทอร์เน็ต  ซึ่งสื่อที่กล่าวมาล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในสังคมได้
     3.รูปแบบของการพนัน  เช่น  สลากกินแบ่ง(หวยบนดิน)  บ่อน  การพนัน  ฟุตบอลและมวย  เป็นต้น  ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรง  ได้แก่  การอยากรวยโดยไม่ต้องประกอบอาชีพ   และการแสวงหาความสนุก  เพลิดเพลินโดยปราศจากความสำนึกผิดชอบ
     4.มีพฤติกรรมก้าวร้าว  พฤติกรรมความรุนแรง
     5.มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม  การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย  โดยมีการกระทำผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น
     6.พฤติกรรมการเล่นพนันฟุตบอลของเด็กและเยาวชน
     7.พฤติกรรมการใช้สารเสพติด  และการหนีโรงเรียน
     8.พฤติกรรมการยกพวกตีกันของนักศึกษาระหว่างสถาบัน
     9.อาชญากรรม  สงครามและการก่อการร้าย
     10.ธุรกิจการค้าบริการทางเพศ  ปัญหาโสเภณีเด็ก
     11.การค้าสารเสพติด
     12.การก่ออาชญากรรมทางเพศ  ข่มขืนแล้วทำร้ายจนเสียชีวิต
                          สาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคมมีมากมายหลายรูปแบบ  แต่ในที่นี้ขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อการร้าย  เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคมที่มีผลกระทบต่อคนในหลายประเทศ  โดยมีผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
                     การก่อการร้าย
                           การก่อการร้ายเป็นการใช้กำลัง  การใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆเพื่อกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยกลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักทางการเมืองในลักษณะของการต่อต้าน  โค่นล้ม  กุมอำนาจ  หรือต่อรองอำนาจของรัฐกับรัฐบาลเพื่อปลดปล่อยกลุ่มของตนหรืออื่นๆให้เป็นอิสระจากอำนาจ อิทธิพล  การปกครองของรัฐอื่น
                           การก่อการร้ายเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อน  มีพัฒนาการที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น  โดยขยายตัวเป็นการก่อการร้ายสากล  ทำให้ทุกประเทศมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามที่มาจากการก่อการร้าย  นับเป็นความรุนแรงในสังคมที่น่ากลัวและอันตรายเป็นอันดับหนึ่ง
                           ตัวอย่างการก่อการร้ายทั้งในระดับโลก  ระดับภูมิภาคและในระดับประเทศ
                           -การก่อการร้ายในประเทศสหรัฐอเมริกา  เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2544
                           -การวางระเบิดที่บาหลี  ประเทศอินโดนีเซีย  เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2545
                           -การวางระเบิดที่กรุงอิสตันบูล  ประเทศตุรกี  เมื่อวันที่ 15 และ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2546
                           การก่อการร้ายเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายขอบเขตที่กว้างขวางและอัตราความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของการก่อการร้ายทั่วโลก
                 1.2ผลกระทบของความรุนแรงในสังคม
                     ผลกระทบของความรุนแรงในสังคมที่เกิดต่อบุคคล  ครอบครัว  และสังคม  มีดังนี้
  1.ผลกระทบต่อบุคคล
                              1.)ถูกทำร้ายร่างกายทำให้เกิดการบาดเจ็บ  พิการ  หรือเสียชีวิต
                    2.)สภาพของจิตใจถูกกระทบกระเทือน  มีความวิตกกังวล  ซึมเศร้า  เหม่อลอย  ขาดสมาธิ
                    3.)เกิดความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
                    4.)เกิดการเลียนแบบผู้กระทำความรุนแรง
                    5.)มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม
                2.ผลกระทบต่อครอบครัว
                    1.)ครอบครัวแตกแยก  มีปัญหาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว  เกิดการเป็นหม้าย  หรือกำพร้าขาดบิดามารดา
                    2.)เกิดความยากจนและว่างงาน  เพราะบิดามารดาต้องหยุดงานหือไม่มีงานทำ  ทำให้ครอบครัวขาดรายได้
                3.ผลกระทบต่อสังคม
                    1.)สังคมเดือดร้อน  เกิดความหวาดระแวง  ขาดความสงบสุข  ประเทศขาดความมั่นคงและความปลอดภัย
                    2.)สิ่งแวดล้อมในสังคมไม่ปลอดภัย  มีปัญหาอาชญากรรม  การจลาจล  การลอบทำร้าย  การก่อการร้าย  โดนลูกหลง  เป็นต้น
                    3.)เกิดความรุนแรงในโรงเรียน  เพราะอิทธิพลจากสื่อมวลชน  อินเทอร์เน็ตและเกมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ความรุนแรง
                    4.)มีปัญหาเศรษฐกิจ  รวมทั้งมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ
2.แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคม
                การป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนทุกคนในสังคม  ทั้งหน่วยงานต่างๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชนชุมชนด้วย  โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
                1.ระดับบุคคล
                   1.)รู้จักใช้เวลาว่างในทางสร้างสรรค์  เป็นสิ่งที่สำคัญมาก  จะช่วยให้ไม่ไปรวมกลุ่มสร้างปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงต่างๆในสังคม
                    2.)รู้จักยั้งคิด  มีการยับยั้งตนเองไม่เป็นผู้ก่อการความรุนแรงให้แก่สังคม
                    3.)การฝึกเพื่อเสริมสร้างจิตลักษณะในการป้องกันพฤติกรรมทะเลาะวิวาท
                    4.)การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันโดยสงบสุข  ถ้อยทีถ้อยอาศัย  มีความเอื้ออาทร  ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
                2.ระดับชุมชน
                    1.)จัดการคุ้มครองความปลอดภัยแก่สตรี  เด็ก  ผู้สูงอายุ  และผู้ด้อยโอกาส
                    2.)ออกกฎหมายควบคุมการพกพาและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง
                    3.)จัดกำลังเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม
                    4.)ป้องกันการค้าอาวุธ  การทุจริตคอรัปชั่น  และการค้าที่ผิดกฎหมาย
                    5.)มีระบบปรึกษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเข้มแข็ง

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562

ปัญหาวัยรุ่นไทย


ปัญหาวัยรุ่นไทย


ปัญหาวัยรุ่นไทย

               ปัญหาวัยรุ่นบ้านเราเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่อาจจะมองข้ามได้ ผู้ใหญ่ทั้งหลายที่กำลังแข่งขันกันเป็นใหญ่และร่ำรวยไม่ควรมองข้ามปัญหาของวัยรุ่นในปัจจุบัน จะมองว่าเป็นเรื่องของวัย ในไม่ช้าปัญหาก็จะหมดไปเองไม่ได้

การกระทำหลายอย่างกำลังจะกลายเป็นค่านิยม เป็นรูปแบบของการดำเนินชีวิตในยุคใหม่ เมื่อทำกันมากขึ้นทำกันบ่อยขึ้น  เห็นกันบ่อยขึ้น  ชินตามากขึ้น สิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลายจะกลายเป็นบรรทัดฐานของพฤติกรรม เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ผิดไม่แปลกแต่อย่างใด

เริ่มต้นตั้งแต่การแต่งตัวที่เปิดเผยมากเกินไป   หลายคนอ้างเป็นเรื่องของแฟชั่น   แต่ไม่ดูความเหมาะสม ไม่มองต่อไปว่าการแต่งแบบนั้นจะก่อให้เกิดอะไรตามมา เสื้อที่เปิดให้เห็นเนินอกมากเกินไป เสื้อที่เปิดสะดือ กางเกงที่รัดมากเกินไป เน้นส่วนสัดชัดเจนเกินไป เอวต่ำเกินไป เวลานั่งแล้วคนเห็นในสิ่งที่ไม่อยากจะเห็น ดูแล้วมันอุจาดมากกว่าจะเกิดอารมณ์เพศ

จากการแต่งตัวก็ไปถึงเรื่องข้าวของเครื่องใช้  ทั้งกระเป๋า  เข็มขัด  รองเท้า  หมวก นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ หลายคนใช้เกินกว่ากำลังความสามารถของตนเองหรือของครอบครัว เห่อตามคนอื่นโดยไม่ดูฐานะของตนเอง ใช้เงินเกินตัว ใช้สินค้ายี่ห้อดังที่มีราคาเกินกว่าฐานะของตน ทำตัวตามแฟชั่น กลัวว่าจะเชย   แต่ไม่กลัวที่จะจนหรือเป็นหนี้   ความอยากได้สิ่งเหล่านี้ถ้าพ่อแม่มีเงินและให้ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ที่พ่อแม่ไม่อาจจะให้ได้  แต่ก็ยังอยากจะได้  ทำให้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผิด ที่ทำกันมากในยามนี้ก็คือการขายตัว ที่เกิดขึ้นทั้งหญิงทั้งชาย  เกิดขึ้นทั้งที่เป็นนักเรียนนักศึกษาและทำงานแล้ว  เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มที่ไม่มีจะกิน และพวกที่มีจะกิน แต่ใช้เงินซื้อเข้าของยี่ห้อดังราคาแพงที่เกินตัว
เรื่องเที่ยวก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง บางคนเที่ยวเกือบทุกคืน บางคนอายุไม่ถึงก็เที่ยว  บางคนไม่ได้ไปเที่ยวเฉยๆ  แต่ไปทำสิ่งที่ไม่ควรทำในสถานที่เที่ยว  เช่น เสพยา  มั่วเรื่องเพศ   เข้าไปแล้วไม่ยอมกลับบ้านมือเปล่า ต้องหิ้วกลับบ้านให้ได้  ไม่ต้องการรักแท้ ต้องการเพียงแต่คู่นอนชั่วคราว โดยไม่คิดถึงพ่อแม่  ไม่คิดถึงค่านิยมที่ดีงามของสังคม  ไม่คิดถึงผลร้ายที่จะตามมา  ไม่ห่วงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ บางคนก็อวดศักดาว่าข้านี่เก่งดื่มเหล้าดื่มเบียร์เท่าไรก็ไม่เมา ในที่สุดก็กลายเป็นคนที่เมาแล้วขับสร้างปัญหาให้คนอื่น ทำลายชีวิตทรัพย์สินของคนอื่น ทำให้เกิดแม่หม้าย ลูกกำพร้า และคนพิการ
เรื่องที่น่าเป็นห่วงรุนแรงที่สุดดูจะเป็นเรื่องเพศ  ค่านิยมสมัยใหม่คือเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ มนุษย์มีความต้องการทางเพศ  และการตอบสนองความต้องการทางเพศก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่รู้จักคำว่ากาละและเทศะ  ไม่รู้จักคำว่าขนบธรรมเนียมประเพณี  ไม่เคยคิดว่าทำไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของพ่อแม่  รู้แต่ว่าตนเองมีความต้องการ และเรือนร่างก็เป็นของตน ดังนั้นจะทำอะไรกับเรือนร่างของตนอย่างไรก็ได้คนอื่นไม่เกี่ยว   อายุของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลดต่ำลงเรื่อยๆ การมีเพศสัมพันธ์กับหลายๆ คนในช่วงเวลาเดียวกันกลายเป็นเรื่องที่ไม่แปลก  หลายคนยอมรับได้  โดยมีการบัญญัติศัพท์คำว่า "กิ๊ก" มาใช้แทนคำว่าชู้  กิ๊กไม่ใช่เพื่อน ดังนั้นจึงทำอะไรได้มากกว่าเพื่อน  เช่น การมีเพศสัมพันธ์ กิ๊กไม่ใช่แฟนดังนั้นจะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นกิ๊กหลายคนได้ ไม่ถือว่าเป็นการนอกใจ เพราะกิ๊กไม่ใช่แฟนที่จะต้องซื่อสัตย์ต่อกัน
มันเกิดอะไรขึ้น   ทำไมวัยรุ่นของเราจึงได้หมกมุ่นเรื่องเพศขนาดนี้  ผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างให้เห็น สร้างค่านิยมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร  ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ประกอบการมีการทำอะไรบ้างที่จูงใจพวกเขาให้เกิดความต้องการทางด้านนี้  เราขายเหล้าให้พวกเขามากไปหรือเปล่า  เราขายยาเสพติดให้พวกเขาโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมหรือเปล่า เราสร้างหนังที่มีตัวอย่างฉากรักพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็นหรือเปล่า เราสร้างละครที่มีฉากที่กระตุ้นอารมณ์เพศมากไปหรือเปล่า  ดารา นักร้อง คนดังของบ้านเรา (บางคน) เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในเรื่องนี้หรือเปล่า เรามีการ์ตูนที่ยั่วอารมณ์เพศมากเกินไปหรือเปล่า
ผู้ใหญ่พูดให้เขาฟังบ่อยๆ ว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่ควรสกัดกั้นจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างในวัยรุ่นหรือเปล่า  เราทำให้เขาเข้าใจได้หรือเปล่าว่าแม้เรื่องธรรมชาติก็มีกฎกติกา มารยาท วัฒนธรรม บรรทัดฐานของความเหมาะสมในการจะทำสิ่งที่เราเรียกว่าธรรมชาติ การขับถ่ายก็เป็นเรื่องธรรมชาติ เราก็ยังมีกฎกติกาว่าต้องกระทำที่ไหน  ต้องทำเป็นที่เป็นทาง ไม่ใช่ว่าอยากจะทำที่ไหน  เมื่อใดก็ได้   การมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ   แต่มีกฎกติกามารยาทที่เป็นบรรทัดฐานของพฤติกรรมทางเพศที่เราต้องให้ความสนใจ  และประพฤติอยู่ในกรอบประเพณี   เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสังคมที่นับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ข่มขืนแล้วฆ่า   ตีตัวออกห่างต้องฆ่า แย่งแฟนต้องฆ่า  ไม่ยอมเป็นแฟนต้องฆ่า  จับได้ว่ามีชู้ต้องฆ่า  อยากมีแฟนใหม่คนเก่าไม่ยอมเลิกต้องฆ่า  ผิดหวังความรักฆ่าตัวตาย ฯลฯ เรื่องของความรุนแรงเหล่านี้มีให้เห็นในสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา แทบจะไม่เว้นในแต่ละวัน ทำไมเยาวชนของเราในยามนี้จึงรักรุนแรง ผิดหวังรุนแรง จัดการกับความผิดหวังในทางที่รุนแรง เกิดอะไรขึ้นในสมองของเขา เกิดอะไรขึ้นในจิตใจของเขา  มีตัวอย่างอะไรให้เขาเห็น   มีเรื่องราวอะไรในสื่อให้เขาได้ดูได้ฟัง มีคนดังคนไหนที่ทำตนหมกมุ่นเรื่องเพศ และรุนแรงเมื่อผิดหวังให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง
เวลาต่อว่าสื่อก็มักจะมีคำถามว่าเพียงฉากรัก  ฉากบนเตียง  2-3 นาทีเพียงไม่กี่ฉากจะมีอิทธิพลรุนแรงอะไรขนาดนั้น จริงอยู่แต่ละคนละเรื่อง มิวสิกวิดีโอแต่ละเพลง หนังแต่ละเรื่อง แต่ละตอน อาจจะมีเรื่องพวกนี้ไม่มาก  แต่หลายเรื่อง  หลายข่าว หลายสื่อ หลายรูปแบบการนำเสนอเมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ ดูจนชินตา  สิ่งที่เคยผิดก็จะกลายเป็นของธรรมดา สิ่งที่คิดว่าไม่เหมาะไม่ควรก็จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ยอมรับได้  ถึงเวลานั้นก็จะมีพฤติกรรมหมกมุ่นเรื่องเพศ และรุนแรงเมื่อผิดหวังเรื่องเพศอย่างที่เห็นๆ กันอยู่  รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คิดจะหาโครงการที่ทำงานร่วมกันในเชิงบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้แล้วหรือยัง หรือคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความสำคัญเท่ากับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าหากคิดเช่นนั้นก็ลองคิดใหม่ ทำใหม่ ตามคำขวัญของพรรคไทยรักไทยในสมัยก่อนก็ได้นะครับ.